อาหารต้านข้ออักเสบ

         โรคข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของโรคกลุ่มนี้ ซึ่งแยกออกมามากมายหลายชนิด ชนิดที่พบบ่อยมีอยู่ 2 ชนิด คือ โรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง (Osteoarthritis) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือปวดข้อรูมาตอยด์ ( Rheumatoid arthritis) ทั้ง 2 ชนิด มีสาเหตุของโรคต่างกันคือ 
           โรคข้อเสื่อมนั้น เกิดจากความทรุดโทรมของกระดูกอ่อน ที่หุ้มข้อกระดูกค่อยๆ หายไป ทำให้ข้อกระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหว จนเกิดอาการข้อยึด ส่งผลให้ปวดบริเวณข้อ  ส่วนโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่สาเหตุที่พบบ่อยคือ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ เกิดการทำลายข้อต่อกระดูกของตนเอง และโรคนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย โดยเฉพาะช่วงอายุระหว่าง 22-55 ปี และเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้ได้มากกว่าเพศชายถึง 3 เท่า ทั้งยังเป็นโรคเรื้อรัง ที่มีอาการเป็นๆ หายๆ ไปตลอด 
           ส่วนผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคข้ออักเสบนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ปกติ หรือแม้แต่นักกีฬาที่มีร่างกายแข็งแรง ก็มีสิทธิ์เป็นได้ นักวิ่ง นักกระโดดสูง ล้วนอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพราะจำเป็นต้องใช้ข้อต่อต่างๆ โดยเฉพาะที่หัวเข่า และข้อเท้ามากเป็นพิเศษในการวิ่งหรือกระโดด ทำให้เกิดแรงกดที่ข้อกระดูก เหมือนคนที่มีน้ำหนักมากเช่นกัน 
         ข้อปฏิบัติอันดับต้นๆที่แพทย์มักจะเน้นย้ำผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมอยู่สม่ำเสมอ ก็คือผู้ป่วยจะต้องพยายามควบคุมน้ำหนัก เพื่อที่ข้อเข่าจะได้ไม่ต้องรับภาระรับน้ำหนักที่มากเกินไป อันเป็นเหตุให้สภาวะการดำเนินไปของโรคเป็นไปเชิงถดถอย  ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้บริโภคอาหารลักษณะเดียวกับผู้ควบคุมน้ำหนัก อันได้แก่ อาหารไขมันต่ำ และเน้นให้กินผัก ผลไม้เป็นหลัก  โดยเน้นไปที่อาหารกลุ่มธัญพืชที่มีการขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง แป้งไม่ขัดขาว และผักใบเขียวต่างๆ ที่เป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีน แคลเซียม โฟเลต เหล็ก วิตามินซี  ควรกินให้ได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ
            นอกจากอาหารควบคุมน้ำหนักต่างๆแล้ว ผู้ป่วยโรคนี้ควรบริโภคปลาที่มีน้ำมันปลาด้วย เพราะมีหลักฐานว่า กรดโอเมก้า 3 ที่อยู่ในกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปลา มีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบของข้อกระดูก ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมักแนะนำให้บริโภคเฉลี่ยอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรืออาจกินในรูปของแคปซูลน้ำมันปลา (Fish Oil ) นอกจากน้ำมันปลาแล้ว น้ำมันจากดอกอีฟนิ่งพริมโรส  (Evening Primrose Oil) และสารกัดจากโรสฮิป ( Rosehip) ก็มีหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบได้โดยเฉพาะในกรณีของโรคข้อเสื่อมเช่นกัน
          อาหารที่ควรพิจารณาเป็นเมนูประจำ ก็คือ ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 มาก เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลากระบอก ปลาทู ปลาดุก ปลาช่อน เป็นต้น   ธัญพืชที่ไม่ขัดสีมากนัก เช่น ข้าวกล้อง  ขนมปังโฮลวีต  จมูกข้าวสาลี ถั่วต่างๆ แต่สำหรับถั่ว ไม่ควรกินมากเพราะมีแคลอรี่สูง
          ผักผลไม้ เช่น ผักใบเขียวต่างๆ กล้วยที่เป็นแหล่งโปแตสเซียม และใยอาหารควรกินอย่างน้อยให้ได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์   นอกจากนี้ มีการพบว่าขิงมีสารช่วยลดอาการอักเสบได้เช่นกันจึงควรกินอย่างน้อยครั้งละ 5 กรัม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมไปถึงขมิ้นชันก็มีคุณสมบัติลดการอักเสบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
         ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้น แพทย์แนะนำว่า ควรบริโภคถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้จากน้ำนมถั่วเหลือง เป็นต้น ส่วนอาหารที่ควรงดไปเลย หรือกินเพียงเล็กน้อย คือ อาหารที่ผ่านกรรมวิธีขัดสีจนขาว และอาหารรสเค็มจัด หรือหวานจัด ลดอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัว เช่น เนย เนยแข็ง เป็นต้น