ทำอย่างไรถ้ามี “ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเกผิดรูป “ (Hallux valgus หรือ bunion)

                          “ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเกผิดรูป ( Hallux  valgus ) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของนิ้วหัวแม่เเท้าที่เกิดการผิดรูปโดยนิ้วหัวแม่เท้าเกหรือบิดโค้งเข้าหานิ้วชี้มากเกินไปจนทำให้กระดูกของนิ้วหัวแม่เท้าโป่งนูนออกมาในกรณีที่เป็นมากๆนิ้วโป้งเท้าอาจเกทับหรืออยู่ใต้นิ้วเท้าอื่นๆการเอียงของนิ้วเท้าทำให้เส้นเอ็นที่อยู่รอบๆนิ้วเท้าถูกดึงยืดมากเกินไปเป็นผลให้เส้นเอ็นขาดความมั่นคงนิ้วเท้าจึงเกิดการผิดรูปได้ง่ายมากขึ้นไปอีก ผลที่ตามมาก็คือ แนวการเดินของเท้าจะเริ่มผิดปกติตาปลาหรือหนังแข็งมักจะเกิดขึ้นในบริเวณด้านข้างของขอบนิ้วโป้งที่เบนอีกทั้งยังมีโคนนิ้วโป้งนูนโค้งออกมาจนสังเกตเห็นได้ชัดและมักมีอาการปวดในเวลาเดินที่โคนนิ้วโป้งที่โค้งนูนได้ จึงเป็นปัญหาในการเดินการลงน้ำหนัก และ การสวมใส่รองเท้า ซึ่งอาจส่งผลเสียในระยะยาวทำให้อาจมีอาการปวดเข่าแล้วเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมตามมา


                          ลักษณะอาการของโรค Halluxvalgus

                      - นิ้วหัวแม่เท้าบิดเกเข้าหานิ้วที่ หากเป็นมากๆนิ้วหัวแม่เท้าอาจเกไปทับนิ้วที่2 หรืออยู่ใต้นิ้วที่ 2 เลยก็ได้

                     - ลักษณะปลายเท้าแบนกว้างมากขึ้น

                     - โคนนิ้วหัวแม่เท้านูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด และอาจมีลักษณะบวมแดง

                     - พบตาปลาที่โคนนิ้วเท้า จากที่โคนนิ้วเท้านูนออกมามากจนไปเสียดสีกับขอบรองเท้า

                     - เกิดอาการปวดที่นิ้วหัวแม่เท้า เมื่อยืนลงนํ้าหนัก เดิน วิ่ง

                    - ในกรณีที่นิ้วเท้าเกมานานอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่าและเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้นอนาคต


                          สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ้วหัวแม่เท้าเกผิดรูป
                   - การใส่รองเท้าปลายแหลม รองเท้าส้นสูงรองเท้าที่คับเกินไปเป็นเวลานานร่วมปี เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่พบมากในผู้หญิง

                   - เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

                   - เกิดจากโครงสร้างเท้าผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคเท้าแบน นิ้วหัวแม่เท้ายาวกว่าปกติปัจจัยเหล่านี้ส่งเสริมเกิดโรค Hallux  

                      valgusได้เช่นกัน

                   - ผู้ป่วยมีความผิดปกติต่อกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นหรือเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อ เช่น โรคเก๊าส์ โรครูมาตอยด์ เป็นต้น


                          การรักษาเบื้องต้น

-      การเลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสม  ใส่รองเท้าขนาดพอดี ไม่คับ หัวรองเท้ากว้าง (wide toe box) เมื่อสวมใส่แล้วสามารถขยับนิ้วเท้าได้ไม่บีบรัดนิ้วเท้า พื้นรองเท้านุ่มทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่มีหัวส่วนปลายที่แหลมและส้นรองเท้าสูงมากกว่า 2นิ้ว

-      การใส่อุปกรณ์ประคองนิ้วโป้งเท้า ได้แก่ เจลคั่นนิ้วเท้า (Gel ToeSeparator) หรือ อุปกรณ์กันนิ้วโป้งเบน  (Hullux ValgusSplint) ซึ่งจะช่วยให้มุมในการที่นิ้วโป้งเท้าเกไม่เพิ่มมากไปกว่าเดิม และเป็นการทำให้เอ็นรอบข้อนิ้วโป้งเท้าหย่อน จึงสามารถช่วยบรรเทาและลดอาการปวดบริเวณโคนนิ้วโป้งเท้าได้

-      การเลือกใช้รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าหรือแผ่นรองเท้าที่เหมาะสม  ในกรณีของผู้ที่มีโครงสร้างเท้าผิดปกติ เช่นผู้ที่มีปัญหาเท้าแบน การเลือกใช้รองเท้าที่มีพื้นรองเท้า หรือการใช้แผ่นรองเท้าที่เหมาะสมที่จะช่วยจัดโครงสร้างเท้าให้เหมาะสมกลับมาอยู่ในแนวที่ปกติเพื่อไม่ให้อุ้งเท้าแบนล้ม กระดูกส้นเท้าบิดล้มเข้าทางฝั่งด้านใน หรือเอ็นร้อยหวายบิดโค้งเค้าทางฝั่งด้านในซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ปัจจัยที่จะทำให้นิ้วโป้งเท้าเกผิดรูป 

-      การแช่นํ้าอุ่นโดยให้นํ้าอุ่นสูงถึงข้อเท้า ถึงแม้การแช่นํ้าอุ่นจะไม่ช่วยให้นิ้วหัวแม่เท้ากลับมาสู่แนวปกติได้โดยตรงแต่ช่วยลดปวดและให้เนื้อเยื่อรอบข้อต่ออ่อนตัวลง ทำให้ขณะดัดข้อนิ้วจะมีอาการปวดน้อยลง    ในกรณีที่นิ้วหัวแม่เท้าอักเสบบวม แดง ร้อน ควรหลีกเลี่ยงการแช่นํ้าอุ่นเพราะจะทำให้อักเสบ บวมมากขึ้น  แต่ให้เปลี่ยนไปใช้การประคบนํ้าแข็งแทน จนกว่าอาการบวมแดงจะหายไป  จึงสามารถกลับไปแช่นํ้าอุ่นได้ตามปกติ

-      การทำกายภาพบำบัดเพื่อดัดหรือดึงข้อให้กลับมาอยู่ในแนวปกติได้มากที่สุดแต่ทั้งนี้ก็ควรใช้กายอุปกรณ์เสริมร่วมด้วย

-      การรับประทานยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์  (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวด


                          อย่างไรก็ดีในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการปวด และ ข้อผิดรูปมากรวมทั้งมีภาวะข้อกระดูกเสื่อมเกิดขึ้น  แพทย์ผู้รักษาอาจพิจารณารักษาด้วยวิธีการผ่าตัดกระดูกที่นูนออกและตัดกระดูกเพื่อแก้ไขภาวะนิ้วผิดรูป แล้วยึดกระดูกด้วยโลหะร่วมกับการปรับแต่งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆโดยการผ่าตัดจะทำให้หายเจ็บเท้า เท้าแคบลง ทำให้เลือกใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น  หลังการผ่าตัดผู้ป่วยสามารถเดินช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับสภาวะของผู้ป่วยโดยอาจใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัว ประมาณ 4-6 สัปดาห์แรก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การผ่าตัดไม่สามารถรับประกันได้ว่านิ้วโป้งเท้าจะไม่กลับไปเกในลักษณะเดิมอีกเนื่องจากต้นเหตุหลักที่แท้จริงยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้น ในปัจจุบันหลังการผ่าตัดการดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยด้วยการ การใส่รองเท้าที่เหมาะสม งดใส่รองเท้าหัวแคบรองเท้าส้นสูง  จึงมีความจำเป็นและนำมาเป็นวิธีในการรักษาร่วมกันเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปมีภาวะนิ้วโป้งเท้าเกอีก


                          สำหรับผู้ที่มีอาการไม่มากข้อผิดรูปไม่มาก  และยังไม่มีภาวะข้อเสื่อม  หรือผู้ป่วยที่มีอาการมากแต่การผ่าตัดอาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม หรือการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดต้องใช้เวลานานจนเป็นผลเสียต่อผู้ป่วย อันได้แก่ผู้สูงอายุเป็นต้น  ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ประคองนิ้วโป้งเท้า  เจลคั่นนิ้วเท้า(Gel Toe Separator) หรืออุปกรณ์กันนิ้วโป้งเบน  (Hullux Valgus Splint) สามารถมาเลือกชมผลิตภัณฑ์และขอคำแนะนำในการใช้ได้ที่  HealthyMax ทุกสาขา

                                                                                                       เรียบเรียงโดย   ภก. กัณฑ์พนท์    จุฑาพชราภรณ์