ไม้เท้าเลือกและใช้อย่างไรให้เหมาะสม

        ไม้เท้า ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีผู้ใช้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่าร้อยละ 10 ของผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มีการใช้ไม้เท้าในชีวิตประจำวัน  ไม้เท้าจึงถือเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงผู้ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก หรือต้องการความช่วยเหลือในการพยุงตัว โดยทั่วไปไม้เท้าสามารถช่วยรับน้ำหนักตัวบางส่วนแทนขาข้างที่อ่อนแรงหรือมีอาการปวด ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหวโดยการเพิ่มฐานรองรับน้ำหนักร่างกายกว้างขึ้น  ทำให้ผู้ใช้มีความมั่นใจในการเคลื่อนไหวมากขึ้น
        ไม้เท้าสำหรับค้ำยัน เมื่อก่อนนั้น เป็นเพียงไม้เท้าธรรมดาทั่วไป มักทำจากไม้ และมีลักษณะเหมือนคันร่ม แต่ในปัจจุบัน ไม้เท้ามีการพัฒนาไปมากมายหลายรูปแบบด้วยกัน ทำจากวัสดุหลากหลาย และยังมีหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างเหมาะสมซึ่งสามารถเลือกได้ตามความต้องการ  ปัจจุบันไม้เท้าสามารถแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ได้ดังนี้
        • ไม้เท้าแบบมาตรฐาน (Standard Cane) เป็นไม้เท้าปุ่มเดียวที่ใช้เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมการทรงท่า   อย่างไรก็ตามลักษณะของที่จับของไม้เท้าประเภทนี้ ทำให้การลงน้ำหนักผ่านแขนไม่อยู่ในแนวของไม้เท้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงในการเคลื่อนไหวลดลงได้ จึงไม่เหมาะที่จะใช้ในผู้ที่ต้องการใช้แขนช่วยรับน้ำหนักตัวแทนขา
        • ไม้เท้าปรับระดับ (Offset Cane) เป็นไม้เท้าปุ่มเดียวที่ช่วยกระจายน้ำหนักได้มากกว่าไม้เท้าแบบมาตรฐาน เนื่องจากมีจุดรับน้ำหนักอยู่ตรงกับตำแหน่งของมือที่จับไม้เท้า จึงช่วยให้สามารถใช้แขนรับน้ำหนักตัวบางส่วนได้ดีกว่าไม้เท้าแบบมาตรฐาน เป็นรูปแบบไม้เท้าที่มีการพัฒนาการออกแบบให้หลากหลายมากขึ้น   เช่น ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทนทานมากขึ้น  มีลวดลายสีสันสวยงาม  ดัดแปลงให้สามารถพับเก็บได้หรือดัดแปลงเป็นเก้าอี้สำหรับพักชั่วคราวได้ เป็นต้น
        • ไม้เท้า 3 ขา (Tripod Cane) และไม้เท้า 4 ขา (Quad Cane)  เป็นไม้เท้าแบบที่มีปุ่มรับน้ำหนัก 3 และ4 ตำแหน่งตามลำดับ ฐานรับน้ำหนักกว้างขึ้น จึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถลงน้ำหนักที่แขนได้มากขึ้น  จึงมีความมั่นคงกว่าแบบปุ่มเดียวและผู้ใช้ยังสามารถปล่อยมือจากไม้เท้า เพื่อหยิบจับสิ่งของโดยที่ไม้เท้ายังตั้งอยู่ได้  อย่างไรก็ตาม ไม้เท้าทั้งสองประเภทนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อปลายด้านล่างทุกด้านสัมผัสพื้นทั้งหมดขณะที่มีการลงน้ำหนักผ่านไม้เท้า ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดขณะเดิน ที่เกิดจากภาวะข้อเสื่อมระดับปานกลางถึงรุนแรง เป็นต้น  อย่างไรก็ดีฐานที่กว้างขึ้นอาจจะมีผลทำให้ไม้เท้ามีน้ำหนักมากขึ้นและอาจทำให้ไม่สะดวกคล่องตัวเท่ากับไม้เท้าแบบปุ่มเดียว

วิธีการเลือกไม้เท้า
        - ด้ามจับ ควรมีขนาดที่พอเหมาะ เมื่อจับแล้วรู้สึกกระชับ ไม่ลื่น
มียางหุ้มส่วนที่สัมผัสพื้นเพื่อกันลื่น  ซึ่งถ้าใช้ไปนานๆจุกยางอาจสึกมาก ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่
        - ควรปรับระยะสั้นยาวได้ ความยาวของไม้เท้าที่เหมาะสมคือ เมื่อยืนแล้ว มือจับจะอยู่ระดับเดียวกับข้อมือ โดยข้อศอกจะงอประมาณ 20-30 องศา

วิธีการใช้ไม้เท้าให้ถูกต้อง
        - การจับไม้เท้า   จับด้วยมือข้างเดียวกับขาข้างดี ค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนไม้เท้า เพื่อทดสอบความแข็งแรง ว่ารับน้ำหนักผู้ใช้ได้อย่างมั่นคง
        - การเดินบนพื้นราบ             ใช้ไม้เท้าเป็นตัวนำ  ขาอ่อนแรงก้าวตาม  น้ำหนักตัวจะลงบนไม้เท้า   ขาดีปิดท้าย
        - การขึ้นลงบันได  ให้ถือหลักว่า “ ดีขึ้น เลวลง”  กล่าวคือ
เวลาขึ้นบันได    ขาดีขึ้นก่อน   ขาอ่อนแรง + ไม้เท้าขึ้นตาม  หยุดที่บันไดขั้นเดียวกันแล้วเริ่มใหม่  มืออีกข้าง อาจจับราวบันได ( ถ้ามี )
       เวลาลงบันได  เอาไม้เท้านำก่อน    ขาอ่อนแรงตาม   ขาดีปิดท้าย มืออีกข้าง อาจจับราวบันได ( ถ้ามี )
        - การลุกจากที่นั่ง   จับไม้เท้าตั้งให้มั่นคง  เหยียดขาข้างเจ็บไปข้างหน้า  มืออีกข้างดันตัวลุกขึ้นยืน ยืนทรงตัวบนขาข้างที่ดี  ยืนตรง โดยปลายไม้เท้าควรอยู่ห่างด้านข้างเท้าประมาณ 4-6 นิ้ว  ลองยกไม้เท้าขึ้น ถ้าไม่เซจึงเริ่มเดิน

ข้อควรระวังในการใช้ไม้เท้า
        - ระยะก้าวขาไม่สม่ำเสมอ ก้าวขายาวเกินไป หรือก้าวขาไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของไม้เท้า
        - ระดับไม้เท้าสูงเกินไป ทำให้ข้อศอกงอ ต้องใช้กล้ามเนื้อต้นแขนมากในการเดิน เป็นเหตุให้ปวดแขน ปวดไหล่
        - เดินงอสะโพกหรือแอ่นสะโพก ซึ่งอาจเกิดจากไม้เท้าสั้นหรือยาวเกินไป หรือเกร็งกล้ามเนื้อขามากเกินไป