การเลิกสูบบุหรี่ด้วยหมากฝรั่งเลิกบุหรี่

        การติดบุหรี่เป็นการติด 2 ทางร่วมกัน คือ การติดทางร่างกายและการติดทางจิตใจ  
        การติดทางร่างกาย คือ การที่ร่างกายติดสารนิโคติน เกิดจากการสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำจนร่างกายติดสารนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่อยู่ในบุหรี่ เมื่อหยุดสูบบุหรี่สารนิโคตินในร่างกายจะลดลงทำให้เกิดอาการขาดนิโคติน ได้แก่ อาการหงุดหงิด กระวนกระวาย คิดอะไรไม่ออก ต้องหาบุหรี่มาสูบเพื่อเติมนิโคตินให้เพียงพอดังเดิม 
        การติดทางจิตใจ คือ การสูบบุหรี่จนติดเป็นนิสัย เกิดจากการเรียนรู้ว่าการสูบบุหรี่ทำให้หายเครียด เพลิดเพลิน หายเบื่อ สมองแล่น ทำให้เกิดติดใจอยากสูบเรื่อยๆ จนติดเป็นนิสัยหรือเป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง เมื่อไหร่ที่รู้สึกเครียดหรือเบื่อๆ ก็จะคิดถึงบุหรี่ ภาวะเสพติดทางจิตใจเป็นสาเหตุสำคัญ ของการกลับมาสูบใหม่หลังจากเลิกได้แล้ว ดังนั้น ผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่และผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้แล้วยังต้องปฏิบัติตนเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ต่อไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นนิสัยหรือเป็นความเคยชินอันใหม่ที่ไม่มีการสูบบุหรี่
สำหรับวิธีการต่อสู้กับการติดทางร่างกาย  ได้แก่
1. หยุดสูบบุหรี่ให้ได้สัก 2-3 สัปดาห์ หรือที่เราเรียกว่า “หักดิบ” โดยกลไกของร่างกายเมื่อหยุดสูบบุหรี่ภาวะเสพติดทางร่างกายจะค่อยๆ หายไปในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ดังนั้น ถ้าเราสามารถทนหยุดสูบบุหรี่ได้เพียง 2-3 สัปดาห์ ร่างกายของเราก็จะพ้นจากภาวะติดบุหรี่ 
2. การใช้ยาช่วย ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ใช้กันก็คือ การให้สารนิโคตินทดแทน ( Nicotine Replacement Therapy : NRT ) ด้วยการใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่
        หมากฝรั่งเลิกบุหรี่นั้น ใช้เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่เคี้ยวทดแทนการสูบบุหรี่  เนื่องจากหมากฝรั่งชนิดนี้ประกอบด้วยนิโคตินในปริมาณต่ำๆ ทําให้ผู้ต้องการเลิกบุหรี่ไม่รู้สึกทรมานจากการขาดนิโคตินมากนัก เนื่องจากยังได้รับนิโคตินจากหมากฝรั่งอยู่  หมากฝรั่งเคี้ยวนิโคติน (Nicotine Chewing Gum) มีจำหน่าย 2 ขนาด คือ 2 มิลลิกรัม และ 4 มิลลิกรัม ส่วนประกอบที่สำคัญคือ Nicotine Polacrilex ซึ่งเป็น Nicotine Resin Complex เวลาเคี้ยวจะค่อยๆปลดปล่อยนิโคตินออกมา
การใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่มีขั้นตอนดังนี้
        * หยุดสูบบุหรี่ทันทีที่เริ่มเคี้ยวหมากฝรั่งเลิกบุหรี่
        * ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรด เช่น น้ำส้ม น้ำอัดลม ไวน์ กาแฟ 15 นาทีก่อนเคี้ยวและระหว่างเคี้ยวหมากฝรั่งเลิกบุหรี่
        * การเคี้ยวหมากฝรั่งให้ถูกต้อง ควรจะเคี้ยวครั้งละ 1 เม็ดอย่างช้าๆ ไม่ควรเร็วเกินไปและเคี้ยวนานประมาณ 30 นาที เมื่อพบว่ามีรสซ่าในปาก (นิโคตินจะถูกปล่อยออกมาจากหมากฝรั่ง) ให้หยุดเคี้ยวและอมหมากฝรั่งให้อยู่ระหว่างกระพุ้งแก้มกับฟัน รอให้นิโคตินถูกดูดซึมเข้าทางเยื่อบุช่องปาก (รสซ่าของหมากฝรั่งจะค่อยๆ หายไป) จึงค่อยเริ่มเคี้ยวใหม่ ควรเคี้ยวหมากฝรั่งในระยะหยุดเป็นพักๆเช่นนี้เป็นระยะเวลาสัก 30 นาที
        * ในขณะที่เคี้ยวหมากฝรั่งไม่ควรกลืนน้ำลายลงคอมากเกินไป เพราะอาจเกิดระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินอาหาร ปวด
มวนในท้อง หรือท้องอืด และการกลืนน้ำลายบ่อยเกินไป นิโคตินจะถูกดูดซึมเข้าทางกระเพาะลดลง เพราะกรดในกระเพาะจะทำให้นิโคตินเปลี่ยนเป็นรูปที่ดูดซึมไม่ได้         
        * หากสูบบุหรี่วันละ 1-24 มวน ให้เคี้ยวหมากฝรั่งชิ้นละ 2 มิลลิกรัม วันละไม่เกิน 30 ชิ้น
        * หากสูบบุหรี่วันละ 25 มวนขึ้นไป ให้เคี้ยวหมากฝรั่งขนาดชิ้นละ 4 มิลลิกรัม วันละไม่เกิน 15 ชิ้น
        * ไม่ควรรอจนรู้สึกอยากบุหรี่แล้วจึงใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ ควรเคี้ยวเป็นประจําตามเวลาที่กล่าวข้างต้น
        * ในกรณีที่ความอยากบุหรี่ลดลง ควรลดจำนวนหมากฝรั่งผสมนิโคตินในแต่ละวันตามลำดับ จนอาจลดลงได้หมดภายใน 2- 3 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรลดขนาดเร็วเกินไปเพราะอาจทำให้เลิกบุหรี่ไม่สำเร็จ
        * ในกรณีที่มีการแพ้นิโคติน เช่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ผื่นแดง ผื่นคันที่ผิวหนัง ควรหยุดการใช้หมากฝรั่งทุกกรณีและส่งให้แพทย์ตรวจทันที 
ข้อห้ามใช้ 
        1. ผู้ไม่สูบบุหรี่ เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร
        2. ผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยที่มีหลอดอาหารอักเสบ และมีการอักเสบในช่องปาก
        3. ผู้ป่วยที่มีอาการขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจอย่างรุนแรง และหัวใจเต้นผิดปกติ
        4. ผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบหรือเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อขากรรไกร  
การใช้เกินขนาด 
        โดยปกติขนาดเป็นพิษของนิโคตินในคนสูงถึง 40- 60 มก. ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากการใช้เกินขนาดเป็นไปได้ยาก นอกจากจะใช้มากจนเกินไป และถ้าให้เกินขนาดจะมีอาการเหมือนคนแพ้พิษนิโคติน ควรหยุดยาและส่งให้แพทย์ตรวจรักษาทันที
        สิ่งสำคัญในการใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ ก็คือความตั้งใจที่จะเลิกอย่างเด็ดขาดของผู้สูบ เพราะเมื่อเริ่มใช้ยาแล้วผู้สูบบุหรี่ต้องหยุดสูบทันที การใช้ยาไปด้วยแล้ว "ค่อยๆ สูบน้อยลง" จะทำให้เลิกสูบบุหรี่ไม่สำเร็จ นอกจากนั้นอาจเกิดผลเสียจากการที่ปริมาณนิโคตินโดยรวมที่ร่างกายได้รับเข้าไปอาจมากเกินไปทำให้เกิดอันตรายได้ 
        ขอให้คุณเข้มแข็ง และประสบความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ครับ