Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
โรคเกาต์
ภก. กัณฑ์พนท์ จุฑาพชราภรณ์
      
fiogf49gjkf0d
fiogf49gjkf0d
Smiley face

                โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกภายในข้อ ซึ่งเป็นผลจากการมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน   โรคเกาต์เป็นโรคเรื้อรังที่มักเกิดในเพศชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และอาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อที่มักพบการอักเสบจากโรคเกาต์ได้บ่อย เช่น ข้อโคนหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ เป็นต้น

                กรดยูริกคืออะไร  และมาจากไหน

                กรดยูริก เกิดจากสารพิวรีน ที่มีอยู่ในอาหารหลายชนิดโดยกรดยูริกในร่างกายได้จาก 2 ทางคือ

                1. จากอาหารที่รับประทาน ประมาณร้อยละ 20 ได้จากอาหารที่รับประทาน ซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์  เครื่องในสัตว์ สัตว์

ทะเลชนิดมีเปลือก ปลาอินทรีย์  ปลาดุก ชะอม กระถิน ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ เห็ด น้ำต้มกระดูก ซุปก้อน ซึ่งจะถูกย่อยสลายจน

เกิดเป็นยูริก    

                2.   จากร่างกายสร้างขึ้นเอง ประมาณร้อยละ 80 ได้จากการสลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อในร่างกาย แล้วถูกเปลี่ยนให้เป็นกรดยูริก เช่นกล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหรือภาวะอดอาหาร  ซึ่งโดยปกติร่างกายจะมีระดับกรดยูริกในเลือดไม่สูงกว่า 7 มิลลิกรัม ในเลือด 100 มิลลิลิตร เนื่องจากมีระบบควบคุมการสร้างและการกำจัดกรดยูริกอย่างสมดุล โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกทางไต 2 ใน 3 ของที่ร่างกายสร้างขึ้น อีกส่วนหนึ่งจะขับออกทางลำไส้ใหญ่ ทางน้ำลาย น้ำย่อย และน้ำดี ซึ่งจะถูกทำลายโดยแบคทีเรียในลำไส้


                ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์

                -   เพศชาย อายุช่วงประมาณ 30-45 ปี หรือเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือน

                 -   ผู้ที่มีโรคร่วมซึ่งได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในโลหิตสูง

                 -   มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเกาต์ หนึ่งในสี่ของผู้ที่เป็นโรคเกาต์ มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้

                 -   ผู้ที่ดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์เป็นประจำ

                 -   ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีสารพิวรีน เช่น เนื้อสัตว์และอาหารทะเล ปริมาณมากเป็นประจำ

                 -   ผู้ที่รับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มรสหวาน ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสมาก

                 -   ผู้รับประทานยาบางชนิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น ยาขับปัสสาวะ  ยาแอสไพริน

                 -   ผู้ที่มีภาวะไตทำงานบกพร่อง เป็นสาเหตุให้มีการคั่งของกรดยูริกในเลือด


                อาการของโรคเกาต์      

               1. ข้ออักเสบฉับพลัน มีข้อบวมแดงและร้อน ตำแหน่งข้อที่จำเพาะมากกับโรคเกาต์ คือ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า  แต่ข้ออื่นๆก็เป็นได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ ข้อศอก นิ้วมือ  บางรายอาจมีไข้ ระยะแรกอาการข้ออักเสบจะเป็นๆหายๆ ถ้าไม่รับการรักษาต่อเนื่องข้ออักเสบจะกำเริบบ่อยๆ เป็นนานขึ้น และเป็นหลายข้อพร้อมกันได้

                2. ผู้ที่เป็นโรคเกาต์นานและไม่รับการรักษาให้ถูกต้อง จะมีการตกผลึกกรดยูริกเพิ่มมากขึ้นตามข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เห็นปุ่มก้อนใต้ผิวหนัง บริเวณที่พบได้บ่อย เช่น หลังเท้าและนิ้วเท้า ตาตุ่ม ข้อศอก นิ้วมือ ใบหู เป็นต้น ซึ่งลักษณะอาการนี้มักพบในผู้ที่เป็นโรคเกาต์มานาน และมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงมาก     

                3. อาการของโรคไต จากการเป็นโรคเกาต์มานาน อาจเกิดการสะสมของผลึกกรดยูริกจนเป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือเกิดผลึกกรดยูริกในเนื้อเยื่อของไต ก่อให้เกิดภาวะไตอักเสบเรื้อรัง และภาวะไตวายได้    


             ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคเกาต์       

                ถึงแม้ว่าโรคเกาต์จะเป็นผลจากการที่มีระดับกรดยูริกในเลือดสูง แต่การมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงร่วมกับมีข้ออักเสบไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยต้องเป็นโรคเกาต์เสมอไป เพราะมีภาวะต่างๆ ที่ทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงมากมาย ดังนั้น การวินิจฉัยโรคเกาต์ที่แม่นยำที่สุดจึงจำเป็นต้องเจาะตรวจน้ำไขข้อในขณะที่ข้อมีการอักเสบ ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดบวมตามข้อโดยฉับพลัน หรือปวดข้อหนึ่งข้อใดเป็นๆหายๆ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวดน้ำไขข้อหาผลึกกรดยูริก ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปเข็มเรียวยาวอยู่ในเม็ดเลือดขาว  

        ถ้าตรวจพบจะเป็นการวินิจฉัยโรคเกาต์ที่แน่นอน ส่วนผู้มีระดับกรดยูริกสูงอย่างเดียวแต่ไม่เคยมีอาการข้ออักเสบเลย จะยังไม่ถือว่าเป็นโรคเกาต์


                ป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลโรคเกาต์

                - ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน

                - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

                - ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีรสหวานเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาลฟรุกโตส

                - ตรวจระดับกรดยูริก ระดับที่เหมาะสมควรต่ำกว่า 6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

                - รับประทานอาหารที่มีวิตามินมากๆ โดยเฉพาะวิตามินซี

                - หากกรดยูริกสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง และหลีกเลี่ยงฟรุกโตส

                - หากสงสัยว่ามีข้ออักเสบเกาต์ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้รับการการวินิจฉัยที่ชัดเจน

                - หากเคยมีข้ออักเสบเกาต์ ผู้ป่วยควรทราบว่ามีปัจจัยอะไรที่กระตุ้น และหลีกเลี่ยงปัจจัยนั้น

                - หากมีข้ออักเสบเกาต์และกรดยูริกสูง ควรได้รับยาลดกรดยูริก ( เช่นยา allopurinol ยา probenecid ) และได้รับยาระงับอาการอักเสบจากเกาต์ ( เช่น ยา colchicine ยาแก้ปวดจากการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ NSAIDs หรือยาสเตียรอยด์ในบางราย )  และมียาระงับอาการเตรียมเอาไว้ เผื่อกรณีมีข้ออักเสบขึ้น