Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
Know Your Numbers ท่านทราบค่าระดับความดันโลหิตของตนเองหรือยัง

      
fiogf49gjkf0d
fiogf49gjkf0d
Smiley face

                 ปัจจุบันโรคความดันโลหิตสูง นับเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญ  โดยในปัจจุบันมีประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลกเป็น โรคความดันโลหิตสูง และมีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2568 ผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 พันล้านคน 


                 สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขคาดว่า จะมีผู้มีภาวะความดันโลหิตสูง หรือเป็น โรคความดันโลหิตสูง ประมาณ 10 ล้านคน ซึ่ง 70% ของคนกลุ่มนี้ไม่ทราบค่าความดันโลหิตของตนเอง  จึงทำให้ไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะดังกล่าว ทำให้ไม่ได้รับการรักษาหรือการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสม อันจะนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย อาทิ อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย


                  ผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักจะไม่ปรากฏอาการใดๆ จึงไม่ได้เข้ารับการรักษาและไม่มีการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งในรายที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมากๆ อาจนำไปสู่การเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ ดังนั้นความดันโลหิตสูงจึงเปรียบเสมือนเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตคนจำนวนมากไปแบบไม่รู้ตัว


              ดังนั้นเราจึงควรเริ่มหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับตัวเลขความดันโลหิตของตนเอง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันภาวะการเจ็บป่วยฉุกเฉินจากการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว

                        

                 ความดันโลหิตระดับไหน ที่จะเรียกว่าเป็น “โรคความดันโลหิตสูง"


                 สำหรับการวัดระดับความดันโลหิต

• ค่าตัวบนเรียกว่า ความดันช่วงหัวใจบีบ (ความดันซิสโตลิก:systolic) หมายถึงความดันเมื่อหัวใจบีบตัว 

• ค่าตัวล่างเรียกว่า ความดันช่วงหัวใจคลาย (ความดันไดแอสโตลิก:diastolicหมายถึง ความดันเมื่อหัวใจคลายตัว


                 ความดันโลหิตที่เรียกว่า "เหมาะสม" ในผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 18 ปี คือ ตัวบนไม่เกิน120 มม.ปรอท และตัวล่างไม่เกิน 80มม.ปรอท เรียกสั้น ๆ ว่า 120/80 

                 ความดันโลหิตที่ "อยู่ในเกณฑ์ปกติ" คือ 120-129/80-84 มม.ปรอท 

                 ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 130-139/85-89 มม.ปรอท 

                 ความดันโลหิตสูง คือ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่า (หรือเท่ากับ) 140 และตัวล่างมากกว่า (หรือเท่ากับ) 90 มม.ปรอท


                 การทราบค่าระดับความดันโลหิตที่ถูกต้องทำได้อย่างไร

              เราสามารถทราบค่าระดับความดันโลหิตของตัวเองโดยการวัดความดันโลหิต จากเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโมมัติ

ทั่วไปที่ท่านสะดวก จากสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ  โรงพยาบาล  คลีนิคแพทย์  หรือ ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำและปฏิบัติการ โดย

• ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจวัดความดันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

• หากมีประวัติครอบครัว เช่น บิดา มารดา เป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรมีการตรวจความดันโลหิตถี่ขึ้น

• ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หญิงมีครรภ์  ควรมีการตรวจความดันโลหิตถี่ขึ้น

                 และหากพบว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ และรับการรักษาโดยทันที


              อย่างไรก็ดีในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถตรวจวัดความดันโลหิตได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ได้ที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง ทราบระดับความดันโลหิตของตนเองตลอดเวลา หากมีระดับสูงผิดปกติก็สามารถรีบไปพบแพทย์หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม อันจะนำไปสู่การควบคุมระดับความดันโลหิตที่ดีขึ้น  ตลอดจนลดปัญหาจากการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เนื่องจากความดันโลหิตสูงเป็นเพชฌฆาตเงียบ เป็นแล้วไม่หายขาด ต้องดูแลรักษาตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นจึงคุ้มที่จะป้องกันและรักษาก่อนที่จะสายเกินแก้ 


                 วิธีใช้เครื่องมือวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติที่ถูกต้อง

1. ในกรณีของชนิดที่ใช้พันต้นแขน  ควรเลือก cuff ที่มีขนาดพอดีกับแขนท่อนบน

2. ควรพักร่างกาย,ไม่รับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือออกกำลัง ก่อนทำการวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที

3. นั่งหลังตรง และพิงพนักเก้าอี้ วางเท้าราบกับพื้น และแขนวางบนพื้นแข็ง ในแนวระนาบเดียวกับระดับหัวใจ ไม่นั่งไขว้เท้าหรือไขว้แขน

4. พันแถบวัดรอบแขนให้พอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป ให้แถบวัดสูงกว่ารอยพับข้อศอก 2- 3 เซนติเมตร 

5. ไม่ควรพูดคุย ทั้งก่อน และระหว่างการวัดความดันโลหิต ประมาณ 4-5 นาที

6. เวลาที่แนะนำในการวัดความดันโลหิตควรวัดในตอนเช้า ควรวัดความดันฯภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังจากอุจจาระปัสสาวะแล้ว และอีกครั้งในตอนเย็น โดยควรพยายามวัดความดันโลหิต ที่เวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันทุกวัน

7. ควรมีการวัดซ้ำ 2-3 ครั้งโดย ห่างกันประมาณ 1 นาที


                 เมื่อทราบค่าระดับความดันโลหิตของตนเอง สิ่งที่สำคัญคือไม่ควรประเมินการรักษาด้วยตนเอง เช่น การหยุดการรักษาเมื่อความดันโลหิตต่ำลงระยะหนึ่ง หรือปรับเปลี่ยนขนาดการใช้ยาหรือหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายมาก เพราะอาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน 


                 มาร่วมกันป้องกันตนเองในเบื้องต้นจาก “ โรคความดันโลหิตสูง” ด้วยการใส่ใจติดตามค่าระดับความดันโลหิตของตนเองด้วยวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจน  และวิธีการการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องกันดีกว่า               


                 เรียบเรียงโดย  ภก.กัณฑ์พนท์  จุฑาพชราภรณ์