Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
โรคลมแดด ฮีทสโตรก(Heat stroke) ภัยร้ายจากภาวะโลกร้อน
ภก.กัณฑ์พนท์ จุฑาพชราภรณ์
      
fiogf49gjkf0d
Smiley face

                โรคลมแดด ฮีทสโตรก(Heat stroke) ภัยร้ายจากภาวะโลกร้อน                  


                ปัจจุบันโลกเราร้อนขึ้นมากจากภาวะโรค ร้อน(Global Thermal Warning) สำหรับประเทศไทยนั้น ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์สภาพอากาศของ"เดือนเมษายน 2559 ว่าจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี  โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนอบอ้าว กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 40-44 องศาเซลเซียส


                ผลกระทบอย่างหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดจากการเกิดภาวะโลกร้อน  ก็คือ สภาวะอากาศที่แห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ และในขณะเดียวกันในสภาพอากาศที่ร้อนจัดแบบนี้  ก็ยังส่งผลที่ทำให้มีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหลายโรค เช่น โรคในระบบทางเดินอาหารที่เกิดจากการรับประทานอาหาร และน้ำที่มีเชื้อโรคปน เปื้อนเข้าไปซึ่งมีโอกาสเกิดบ่อยที่สุด  นอกจากนี้ยังมีอีกโรคหนึ่งซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ อันมีสาเหตุจากการเพิ่มอุณหภูมิของโลกเรามากขึ้น นั่นก็คือ  "โรคฮีทสโตรก" หรือ "โรคลมแดด" (Heat Stroke)


                โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก(Heat stroke) คืออะไร

                โรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด เป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้ความร้อนในร่างกาย (core temperature) สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส 

                โดยปกติร่างกายของมนุษย์จะมีการรักษาความสมดุลของอุณหภูมิระหว่างความร้อนจากร่างกายและสภาพแวดล้อม โดยอุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงอยู่ระหว่าง 36 ถึง 37.5 องศาเซลเซียสตลอดทั้งวัน ทั้งนี้การระบายเหงื่อถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความร้อนที่มากเกินไป   แต่หากอากาศภายนอกร้อนกว่าอุณหภูมิของร่างกาย กลไกการทำงานของร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อน จะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง  ร่างกายก็จะไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้  เกิดความล้มเหลวในการรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ ส่งผลให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติ ทำให้สมองไม่ทำงานไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง    ตับและไต  ตลอดจนหัวใจเกิดการทำงานที่ผิดปกติซึ่งทำให้เกิดอาการต่างๆซึ่งหากเกิดอาการรุนแรงอาจเป็นอันตรายจนถึงแก้ชีวิตได้


                อาการของโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก(Heat stroke)

                โรคลมแดดไม่ได้เกิดขึ้นทันทีที่สัมผัสกับอากาศร้อน แต่เกิดขึ้นจากการอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นเวลานานหรือใช้กำลังกายในอุณหภูมิที่ร้อนสูง โดย อาการที่เบื้องต้น ได้แก่เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ ความดันต่ำ หน้ามืด การดำเนินของโรคจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว จากที่เริ่มมีอาการ ไม่นานก็จะมีอาการต่อเนื่องในระบบไหลเวียนของร่างกาย เช่น ภาวะขาดเหงื่อ, เพ้อ, ชัก, ไม่รู้สึกตัว, ไตล้มเหลว, มีการตายของเซลล์ตับ, หายใจเร็ว, มีการบวมบริเวณปอดจากการคั่งของของเหลว, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, การสลายกล้ามเนื้อลาย, ช็อค และเกิดการสะสมของ fibrinจนไปอุดตันหลอดเลือดขนาดเล็กทำให้อวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้


                สัญญาณสำคัญของโรคนี้ที่ต้องระวังให้มากๆ คือ ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีเหงื่อออก ผู้ที่เป็นจะกระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ต่างจากการเพลียแดดหรือเป็นลมแดดทั่วไปที่จะพบมีเหงื่อออกด้วย ซึ่งถ้าเริ่มมีอาการเช่นนี้จะต้องหยุดพัก และรีบทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงโดยเร็วที่สุด  

  

                ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก(Heat stroke)                                            

    บุคคลที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดโรคฮีทสโตรก ได้แก่ กลุ่มคนอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ  เด็ก ผู้ที่อดนอน ผู้ที่ดื่มเหล้าจัด  ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนจัด และผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง   เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงนักกีฬา และทหารที่เข้ารับการฝึก โดยไม่มีการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด


                การช่วยเหลือผู้ที่มีอาการเป็นลมแดด

ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าในที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด ในรายที่อาการยังไม่มากควรให้ดื่มน้ำเปล่าธรรมดามากๆ


                จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการลมแดด  หรือฮีทสโตรก(Heat stroke) ได้อย่างไร

1.หากรู้ว่าจะต้องไปทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน ก็ควรเตรียมตัวโดยการออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ร่างกายชินกับสภาพอากาศร้อน

2.ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด และหากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน หรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม และแม้ว่าจะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว

3.สวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายความร้อนได้ดี

4.ก่อนออกจากบ้านควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟมากกว่า  15 ขึ้นไป

5.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีแดดจัด

6. หลีกเลี่ยงการกินยาแก้แพ้ แก้น้ำมูก โดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกาย หรือการอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน  เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนเพลียมากขึ้น

7. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดทุกชนิด เนื่องจากเพิ่มการขับน้ำทางปัสสาวะ อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากขึ้น

8. ในเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ต้องจัดให้อยู่ในห้องที่อากาศระบายได้ดี และอย่าปล่อยให้เด็กหรือคนชราอยู่ในรถที่ปิดสนิทตามลำพัง  ถึงแม้จะจอดรถยนต์ไว้ในที่ร่มก็ตาม เพราะอุณหภูมิในรถยนต์สามารถร้อนจัดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว 


                ในสภาวะอากาศที่นับวันจะร้อนเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องจากสถานการณ์โลกร้อน การรู้จักดูแลตนเองด้วยการหลีกเลี่ยง โรคภัยที่มากับความร้อนเช่นดังที่กล่าวนี้  จะเป็นเกราะป้องกันภัยและเป็นการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ทุกคนมีความสุขและสนุกกับหน้าร้อนได้ อย่างเต็มที่โดยปราศจากความกังวลใด ๆ


                                                                                         เรียบเรียงโดย   ภก.กัณฑ์พนท์   จุฑาพชราภรณ์