Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
โรคที่ต้องเฝ้าระวังในฤดูหนาว
ภก. พรจันทร์ แซ่เอา
      
fiogf49gjkf0d
fiogf49gjkf0d


        เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในฤดูหนาวเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โดยโรคที่มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาวและมีแนวโน้มของการเกิดโรคได้ง่าย  ได้แก่

        1.โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลันเชื้อต้นเหตุเป็นไวรัสอินฟลูเอ็นซาไวรัส (Influenza virus) ผู้ป่วยจะมีอาการหนาวสะท้าน มีไข้ คัดจมูก เจ็บคอปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะรุนแรง การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรดื่มน้ำให้มากรับประทานยาหรือฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นหยุดพักผ่อน ใช้หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ และใช้ยาที่ถูกต้องตามคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

        2. โรคไข้หวัด (Common cold) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจมีลักษณะอาการใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยมักจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม คันคอ หรืออาจจะมีอาการเจ็บคอร่วมด้วยการป้องกันโรคไข้หวัดยังไม่มีวัคซีนป้องกันเนื่องจากมีเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่เบื้องต้นควรพักผ่อนให้เพียงพอรับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานยาตามอาการเช่น หากมีน้ำมูก ให้รับประทานยาแก้แพ้ หากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้หรือถ้าไอแบบมีเสมหะให้รับประทานยาแก้ไอขับเสมหะ เป็นต้น

        3. โรคปอดบวม (Pneumonia) หรือภาวะการอักเสบของปอดสาเหตุมักจะอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วยและสามารถแพร่กระจายออกมาเวลาไอ จามนอกจากนี้ยังเกิดจากการดมสารเคมี เช่น แอมโมเนีย ไนโตรเจนไดออกไซด์หรือการสำลักน้ำลายเศษอาหารและน้ำย่อย เบื้องต้นจะมีอาการไอ คัดจมูกก่อนและจะเริ่มด้วยไข้สูงมีอาการหนาวสั่น หายใจหอบ เจ็บหน้าอกบริเวณที่อักเสบ การป้องกันโรคปอดบวมทำได้โดยหลีกเลี่ยงจากคนปอดบวมดื่มน้ำมากๆ และฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้เกิดปอดบวม

        4. โรคหัด (Measles) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่ารูบีโอราไวรัส (Rubeola Virus)เกิดจากการไอจามรดกันโดยตรงหรือหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป จะมีอาการไข้ มักไอแห้งตลอดเวลา มีน้ำมูกมากปากและจมูกแดง เด็กอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3-4 วันจึงเริ่มมีผื่นจากหลังหูลามไปยังหน้าและร่างกายโรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพียงครั้งเดียวในช่วงที่เด็กมีอายุ9-12 เดือน

        5. โรคหัดเยอรมัน (Rubella) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสรูเบลลาไวรัส (Rubella virus) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อโดยการ ไอ จาม หรือหายใจรดกันเช่นเดียวกับไข้หวัดหรือหัด ที่พบทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ จะมีอาการไข้และออกผื่นคล้ายหัดแต่มีความรุนแรงและโรคแทรกซ้อนน้อยกว่าหัด มีลักษณะเฉพาะคือ ผื่นเป็นเม็ดละเอียดสีแดงกระจัดกระจายทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น และจะหายไปภายใน 3วันซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดตามช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

        6. โรคไข้สุกใส (Chickenpox/Varicella)เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลาไวรัส (VaricellaVirus) หรือ Human Herpes Virus Type 3ติดต่อโดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือสัมผัสถูกของใช้ที่เปื้อนตุ่มน้ำของคนที่เป็นสุกใสหรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำ จะมีผื่นขึ้นทั่วร่างกายเป็นผื่นแดงราบบางที่เป็นตุ่มใส บางที่เป็นตุ่มกลัดหนอง และบางที่เริ่มตกสะเก็ดโดยปกติโรคไข้สุกใสสามารถหายได้เอง หลีกเลี่ยงการแกะเกา ดื่มน้ำให้มากรับประทานอาหารตามปกติและพักผ่อนให้เพียงพอหรือฉีดวัคซีนป้องกันโรคสุกใสโดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ1 ปี

        7. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (AcuteGastroenteritis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตาไวรัส (RotaVirus) มักพบในเด็กทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรงและมักมีอาการไข้ และอาเจียน การป้องกันเบื้องต้นทำได้โดยรับประทานอาหารที่สุกล้างมือให้สะอาด จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายได้

        8. ผิวหนังแห้ง ลอก และคัน  ในช่วงอากาศหนาวความชื้นของอากาศมักลดลง  ความชื้นที่ผิวหนังของเราก็จะลดลงไปด้วยอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวแห้ง ลอก และคันได้ซึ่งเป็นปัญหาที่มักจะพบในคนที่มีปัญหาผิวแห้งตามปกติอยู่แล้ว  รวมถึงในเด็ก หรือผู้สูงอายุการป้องกันและการแก้ไขก็คือ การใช้สบู่อ่อนๆ ไม่ขัดผิวมาก ไม่ควรแช่น้ำอุ่นนานๆอาจอาบน้ำลดลงเป็นวันละครั้ง และทาครีมหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำในขณะที่ผิวยังหมาดๆ

        ทั้ง 8 โรคนี้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว เพราะติดต่อได้ง่ายแค่การไอ, จามหรือแค่สัมผัสกัน ทางกรมควบคุมโรค จึงได้มีการออกประกาศเตือนโรคเหล่านี้ในฤดูหนาวของทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังอย่างเช่น โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคปอด, และโรคโลหิตจางเนื่องจากมีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำ จึงควรที่จะดูแลตัวเองเป็นพิเศษทำร่างกายให้อบอุ่น ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ รักษาความสะอาด ล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งสกปรก ไม่ดื่มแอลกฮอลล์และของมึนเมาทุกชนิดทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายของเราสดใสแข็งแรง ต้านทานโรคร้าย และโรคแทรกซ้อนต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ