Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
ทำไมต้องตรวจสุขภาพ
ภก.กัณฑ์พนท์ จุฑาพชราภรณ์
      
fiogf49gjkf0d
fiogf49gjkf0d
             ในกรณีปกติทั่วไป เรามักจะพบแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บป่วยไม่สบายเท่านั้น ดังนั้นคงสงสัยกันว่า ในเมื่อเราสุขภาพแข็งแรงดีไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย ทำไมต้องไปตรวจร่างกายด้วย แต่ในภาวะปัจจุบันที่ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบ อยู่กับความเร่งรีบ ทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยในการดำรงชีวิตและมีภาระกิจรัดตัว ดังนั้นความสมบูรณ์ทางสุขภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งกับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน  เป็นต้นทุนหลักที่สำคัญในการทำงานทั้งหมด  การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะเป็นการช่วยประเมินการทำงานของร่างกายเราว่ายังมีการทำงานที่ปกติหรือไม่ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคที่อาจแอบแฝงอยู่ในอนาคตหรือไม่ เช่น วัณโรค , ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน,  โรคหัวใจ โรคมะเร็งในระยะเริ่มต้น ซึ่งหากเราตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะทำให้เราสามารถเข้ารับการรักษาหรือรับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อดูแลและรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี และยังเป็นการป้องกันการเกิดโรค การพัฒนาของโรคที่จะเกิดตามมาในภายหลัง

ควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน
             คำว่า “ตรวจสุขภาพประจำปี” อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน  เพราะในความเป็นจริงแล้วการตรวจสุขภาพไม่จำเป็นต้องตรวจเป็นรายปีหรือปีละครั้งเสมอไป แต่เป็นการตรวจตามระยะ ตามความจำเป็นของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับ เพศ อายุ และโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เช่น ในคนที่อายุน้อย สุขภาพแข็งแรง อาจไม่มีความจำเป็นต้องตรวจทุกปี อาจตรวจเพียงปีเว้นปีก็เพียงพอแล้ว  แต่ในกรณีพิเศษอาจจะต้องตรวจบ่อยขึ้น เช่น มีประวัติเป็นมะเร็งในครอบครัว, เป็นพาหะของโรคตับอักเสบบี, ดื่มเหล้า, สูบบุหรี่จัด, เป็นโรคถุงน้ำในเต้านม, ผู้ที่เป็นเบาหวาน ,ไตวายเรื้อรัง, โรคหัวใจ,ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

             วิธีการเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ
                1.ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนรับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย อาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่
                2.งดอาหารและเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ เนื่องจากยาและแอลกอฮอล์ อาจมีผลต่อการตรวจบางอย่าง ควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนตรวจ
                3.หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพอื่นๆ ควรนำผลการตรวจหรือรายงานจากแพทย์มาด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัย
                4.สำหรับสตรี ไม่ควรอยู่ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน 7 วัน หากมีประจำเดือนให้งดตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดจะปนเปื้อนในปัสสาวะ มีผลต่อการแปลผลการตรวจ
                5. การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) หลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งเต้านมมีความคัดตึง ควรตรวจหลังมีประจำเดือน
             
             โดยทั่วไปขั้นตอนการตรวจสุขภาพ จะประกอบด้วยการซักประวัติและการตรวจร่างกายจากแพทย์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผผ(Laboratory Tests) เช่น การตรวจเลือด, ปัสสาวะ, อุจจาระ, X-Ray, อัลตราซาวด์, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, เป็นต้น แต่อาจจะเพิ่มเติมการตรวจเน้นพิเศษเฉพาะบางโรคในกลุ่มบุคคลบางประเภท เช่น
                - ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือประวัติครอบครัว เป็นเบาหวาน ควรตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด
                - หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจภายใน และตรวจมะเร็งปากมดลูกปีละครั้ง, ตรวจหามะเร็งเต้านมทุก 1-2 ปี


                -  ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ควร X-Ray ปอด เป็นระยะ ๆ
                -  ผู้ที่มีวัย 30 ปี ขึ้นไป อาจจำเป็นต้องตรวจโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิพิลิส, เอดส์, ตับอักเสบ, โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญของร่างกาย เช่น เบาหวาน, ไขมันในเลือด, เก๊าท์, โรคมะเร็ง ระบบต่าง ๆ  ตามความเสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต  หรือประวัติทางพันธุกรรม
                -  วัย 45 ปี ขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจหามะเร็งของอวัยวะต่าง ๆ ตรวจเกี่ยวกับเส้นเลือดตีบตัน เช่น โรคอัมพาต, สมองเสื่อม, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, โรคไต, โรคไขข้อ, โรคกระดูกเสื่อม (โดยเฉพาะเพศหญิงวัยหมดประจำเดือน), ตรวจสายตา, การได้ยินและฟัง
             การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะสามารถช่วยเราป้องกันและค้นหาโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ดังนั้นเราจึงควรใส่ใจกับผลการตรวจสุขภาพ และนำแนวทางที่แพทย์แนะนำมาใช้ในการดูแลร่างกาย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงอยู่เสมอ 
             นอกจากนี้  เรายังสามารถตรวจสุขภาพด้วยตนเองได้โดยการตรวจสังเกตตนเองในเบื้องต้น  ด้วยการชั่งน้ำหนัก การวัดเส้นรอบเอวว่าอยู่ในภาวะลงพุงหรือไม่ โดยวัดในแนวสะดือ นำค่าที่ได้ไปหารด้วยส่วนสูง ซึ่งคนปกติจะมีค่าเส้นรอบเอวไม่เกินครึ่งหนึ่งของส่วนสูง ถ้าเกินแสดงว่าลงพุงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต และโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมองตีบตัน  รวมไปถึงการเรียนรู้ที่จะตรวจวัดระดับความดันโลหิต หรือระดับน้ำตาลในเลือดด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมด้วยตนเองที่บ้าน  เป็นต้น