Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
โรคหอบหืดในเด็ก
ภก.กัณฑ์พนท์ จุฑาพชราภรณ์
      
fiogf49gjkf0d
fiogf49gjkf0d
        คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมว่า ลูกน้อยของเรามีอาการหายใจเป็นยังไงกันบ้าง ปกติดีหรือว่ามีอาการหอบ ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจติดขัด หรือบางครั้งอาจจะมีเสียงดังวี้ดเวลาหายใจ อาการเหล่านี้เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหายและเป็นเรื้อรัง ถ้าลูกน้อยของเราหรือว่าเด็กๆ มีอาการหายใจดังที่กล่าวมาข้างต้น แสดงว่าเด็กอาจมีอาการเป็นโรคหอบหืด
        โรคหอบหืด เกิดขึ้นเนื่องจากหลอดลมของผู้ป่วยตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้นมากกว่าภาวะปกติ ทำให้หลอดลมของผู้ป่วยหดเกร็ง มีขนาดตีบแคบลง และมีอาการบวมเนื่องจากมีการอักเสบ รวมทั้งจะมีการสร้างเสมหะมากกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะทุเลาได้เองหรือโดยใช้ยา
โรคหอบหืดเกิดจากสาเหตุอะไร
        สาเหตุของโรคหอบหืดเกิดจากหลอดลมของเด็กมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอกมากกว่าปกติหรือผิดปกติ ทำให้หลอดลมเกิดการหดและแคบลง หรือบางทีมีเสมหะออกมามากเกินไป ทำให้การหายใจของเด็กลำบากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็ก อาจเกิดจากการอับเสบของผนังทางเดินหายใจ ซึ่งระบบของร่างกายจะทำการรักษาตัวเอง ทำให้เนื้อเยื่อไม่เหมือนเดิมกลายเป็นพังผืด ทำให้หลอดลมมีความยืดหยุ่นไม่เหมือนหลอดลมปกติ ซึ่งสาเหตุของโรคหอบหืดอาจเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้
        1. พันธุกรรม ถึงแม้โรคหอบหืดจะไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง แต่ถ้าคนในครอบครัว พ่อ แม่ หรือญาติมีประวัติโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืด เด็กที่มีอาการหืดจับ ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคหอบหืดได้
        2. สิ่งกระตุ้นต่างๆ อาจเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นบ้าน ตัวไรฝุ่น ละอองซากแมลงสาบ เกสรดอกไม้ ละอองเชื้อรา ขนหรือสะเก็ดรังแคผิวหนังสัตว์เลี้ยง อาหารบางชนิด ควันบุหรี่ ควันพิษจากสิ่งแวดล้อม หรือการเป็นหวัด
        3. การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุสำคัญและพบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กอ่อน และอาจเกิดไวรัสลงปอด ซึ่งจะทำให้เด็กที่มีกรรมพันธุ์อยู่แล้วมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดสูงขึ้น
โรคหอบหืดมีอาการอย่างไร
        อาการสำคัญของโรคหอบหืด  คือ ไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด อาการมักเกิดขึ้นเป็นพักๆ   มีช่วงระยะเวลาที่ไม่มีอาการ ดูเหมือนคนปกติสลับกันไป โดยอาจจะเกิดอาการเมื่อออกกำลังกาย หรือเป็นเวลานอนกลางดึก จึงเป็นโรคที่ทรมาน ถ้าอาการรุนแรงและเกิดบ่อยๆ จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อสงสัยว่าจะเป็นโรคหอบหืดจึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคหาสาเหตุ ประเมินความรุนแรงและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้ป่วยไปพบแพทย์ได้ขณะที่กำลังมีอาการ แพทย์อาจตรวจวินิจฉัยจากการตรวจร่างกาย ฟังเสียงหายใจผิดปกติในปอด ตรวจวัดสมรรถภาพปอดและยืนยันการวินิจฉัยโรคได้ไม่ยาก แต่ถ้าไปตรวจขณะไม่มีอาการอาจต้องอาศัยการตรวจพิเศษเพิ่มเติมมาช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรค
ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้เป็นโรคหอบหืด
        1. พ่อแม่ให้ลูกน้อยหลีกเลี่ยงสารที่แพ้ ต้องจำให้ได้ว่าลูกแพ้อะไร และต้องรู้ว่าใช้ยาอะไรเวลาที่ลูกน้อยมีอาการจับหืด ควรรู้จักชื่อของยาที่ใช้ประจำ
        2. ควรให้ลูกน้อยห่างไกลสิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ เพราะเป็นตัวกระตุ้นอาการหอบหืดได้
        3. ควรดูแลสุขภาพลูกน้อยให้ดี กินอาหารครบ 5 หมู่ ถูกหลักโภชนาการ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้เป็นหวัดเรื้อรังหรือไซนัสอักเสบ ซึ่งจะทำให้อาการโรคกำเริบได้
        4. ควรระวังเรื่องไรฝุ่น ซึ่งจะอาศัยอยู่ตามเครื่องใช้สอยต่างๆ เช่น เตียงนอน หมอน พรม จึงควรนำไปตากแดดบ่อยๆ โดยเฉพาะไม่ควรมีตุ๊กตาที่มีขนในห้องนอน ไม่ใช้พรมในห้องนอน และไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน
        5. ควรชวนทำกิจกรรมที่สนุกเพื่อให้ลูกน้อย สดชื่น แจ่มใส คลายกังวล เพราะอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงมากๆ จะทำให้มีอาการจับหืดได้
        6. เด็กที่มีอาการไอหรือจับหืดอยู่แล้ว ต้องระวังเรื่องอากาศเย็น ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัด กินของเย็นจัด เพราะอาจจะทำให้อาการไอแย่ลงได้
        7. ไม่ควรเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมวในบ้าน เพราะจะทำให้เด็กแพ้ขนสัตว์ ยิ่งทำให้อาการกำเริบยิ่งขึ้น
        8. ควรให้กินหรือใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ อย่าหยุดยาเองหรือซื้อยามากินเองโดยไม่รู้จักยา และควรมาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง
การใช้ยาและการรักษา
        นอกจากการป้องกันตามข้อควรปฏิบัติข้างต้นแล้ว หากพบว่า อาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้นแพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้ยาเพื่อช่วยในการรักษาด้วย เช่น
        1. ยาขยายหลอดลม มีทั้งชนิดพ่นและชนิดรับประทาน สำหรับเด็กแล้วจะนิยมใช้แบบชนิดพ่น ยาชนิดนี้จะช่วยให้การหายใจโล่งขึ้น เนื่องจากไปขยายกล้ามเนื้อเล็กๆ ซึ่งอยู่ภายในหลอดลมที่หดเกร็ง โดยจะใช้พ่นก่อนมีอาการ ยาชนิดนี้นับเป็นยาที่สำคัญ
        2. ยากลุ่ม Steroid จะใช้ในระยะสั้นๆ เพียง 3-5 วัน เพื่อป้องกันและรักษาไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น และป้องกันไม่ให้มีผลข้างเคียงกับเด็ก โดยจะใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
        3. ยาป้องกัน เป็นยาป้องกันเยื่อบุหลอดลมไม่ให้เกิดอาการเกร็งได้ง่ายเวลากระทบกับสิ่งกระตุ้น การใช้ยาชนิดนี้ต้องใช้สม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม็เด็กจะมีอาการปกติแล้วก็ตาม แต่ถ้าสามารถควบคุมอาการหอบหืดได้ดี แพทย์อาจพิจารณาลดปริมาณยา
        สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกน้อยเป็นหอบหืด ก็คงเป็นความทุกข์มิใช่น้อย แต่ทุกปัญหาก็ย่อมมีทางแก้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบสาเหตุแล้วว่าเกิดจากอะไรบ้าง ก็สามารถหาแนวทางและวิธีป้องกันได้ โดยให้ลูกน้อยอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่จะกระตุ้นเหล่านั้น ที่จะทำให้เกิดการระคายเคือง  ช่วยดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรงอยู่เสมอ ชวนทำกิจกรรมสนุกๆ ให้ลูกน้อยได้ผ่อนคลาย ไม่ควรให้ลูกสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงเช่น แมว สุนัข หรือถ้าเด็กบางคนมีอาการจับหืดอยู่แล้วต้องระวังเรื่องอากาศเย็น รวมทั้งไม่กินของเย็นต่างๆ ด้วย หากปฏิบัติตามดังกล่าวแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องปรึกษาแพทย์ และรักษาโดยการทานยาตามที่แพทย์แนะนำ เพียงเท่านี้ คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะสบายใจขึ้นแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยกันประคับประคองลูกน้อยที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับคนทั่วไป