Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ, รองช้ำ ( Plantar fasciitis )
ภก.กัณฑ์พนท์ จุฑาพชราภรณ์
      
fiogf49gjkf0d
fiogf49gjkf0d
                พังผืดฝ่าเท้า (plantar fascia) เป็นแผ่นเนื้อเยื่อเหนียวที่ยึดอยู่ระหว่างกระดูกส้นเท้า เพื่อให้กระดูกฝ่าเท้ามีโครงสร้างเป็นหลังคาโค้ง คล้ายสายธนูที่ยึดคันธนูให้โค้ง เมื่อโครงสร้างของเท้าโค้ง จึงสามารถทำหน้าที่เป็นตัวยืดหยุ่นรองรับแรงกระแทกเวลาลงน้ำหนักได้ดี (คล้ายกับโช้คอัพของรถยนต์) เราสามารถคลำพังผืดนี้ได้โดยการเกร็งกระดูกนิ้วเท้าขึ้นด้านบน  ก็จะคลำพบพังผืดฝ่าเท้าที่กำลังตึงอยู่
                พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดส้นเท้า มีอาการที่เป็นลักษณะเฉพาะคือ รู้สึกปวดส้นเท้าใน ๒-๓ ก้าวแรกที่ลุกขึ้นเดินหลังตื่นนอนตอนเช้า และหลังจากเดินต่อไป ๒-๓ นาที ก็จะทุเลาไปเอง ส่วนใหญ่พบในผู้มีอายุอยู่ระหว่าง 40–70 ปี โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐาน ในรายที่เป็นมานานหรือไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการจะเรื้อรังมากขึ้น และมักเอกซเรย์พบหินปูนงอกบริเวณกระดูกส้นเท้าด้วย 
สาเหตุ 
1. อายุที่เพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ได้มาก เนื่องจากพังผืดฝ่าเท้ามีความยืดหยุ่นลดลงเป็นสัดส่วนผกผันกับอายุ นอกจากนี้แผ่นไขมันรองใต้ผิวหนังฝ่าเท้ายังแบนลง ทำให้ความสามารถในการซึมซับแรงกระแทกน้อยลง 
2.น้ำหนักเกินมาตรฐาน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ได้มากกว่าปกติจากแรงกระแทกที่มากขึ้นตามน้ำหนัก
3.การเดินเท้าเปล่า หรือสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะ เช่น พื้นรองเท้าบาง ส้นสูง (ตั้งแต่ 2 นิ้วหรือสูงกว่านั้นก็เพิ่มความเสี่ยง) ส้นเเข็งขาดความยืดหยุ่น รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าแตะที่ไม่มีอะไรค้ำจุนอุ้งเท้า (arch support) ทำให้พังผืดฝ่าเท้าต้องรับน้ำหนักมาก
4.การทำกิจกรรมที่ต้องใช้เท้ามากกว่าปกติ เช่น การเดินระยะทางไกล หรือยืนนานๆ หรือยกของหนัก ล้วนทำให้พังผืดฝ่าเท้ามีความตึงเครียดมากขึ้นทั้งนั้น 
5.การมีกายภาพของเท้าที่เอื้อต่อการบาดเจ็บ เช่น อุ้งเท้าโค้งมากเกินหรือแบนมากเกิน หรือท่าเดินที่ผิดๆ ก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บของพังผืดฝ่าเท้าได้ง่าย
                นอกจากนี้ โรคนี้ยังพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี และโรคข้ออักเสบ เช่น โรคปวดข้อรูมาตอยด์
อาการ มีลักษณะเฉพาะ คือ รู้สึกปวดส้นเท้าคล้ายถูกมีดปักใน ๒-๓ ก้าวแรกที่ลุกขึ้นเดินหลังตื่นนอนตอนเช้า และหลังจากเดินต่อไป ๒-๓ นาที ก็จะทุเลาไปเอง บางครั้งอาจรู้สึกปวดเวลาเดินขึ้นบันได ยืนหรือเดินบนปลายเท้า หลังจากยืนนานๆ หรือหลังจากลุกขึ้นยืนจากท่านั่ง มักจะปวดเพียงข้างเดียว อาการอาจค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อย หรือเกิดขึ้นรุนแรงและฉับพลันก็ได้  บางรายอาจเป็นๆ หายๆ หรือเป็นต่อเนื่องอยู่เรื่อยๆ 
การดูแลพื้นฐาน
                สิ่งแรกๆ ที่ควรทำเมื่อพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ คือ ลดความเจ็บปวดและลดความตึงของพังผืดฝ่าเท้า ดังนี้
1.  สวมรองเท้าที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง ควรสวมใส่รองเท้าที่มีส่วนโค้งค้ำจุนฝ่าเท้าเสมอ ถ้าต้องใส่รองเท้าที่มีส้น ก็ควรเลือกส้นเตี้ยมากๆ หรือกลางๆ
     2.  เสริม heal cap หรือพื้นรองเท้าโดยใช้วัสดุที่มีขาย ซึ่งส่วนใหญ่จะทำจากซิลิโคนนุ่ม หรือใช้แผ่นเสริมพื้นรองเท้า (insole) สำเร็จรูป (ที่มีขายในตลาดหรือให้ช่างรองเท้าทำขึ้น) เพื่อใช้สอดเข้าไปในรองเท้าตรงบริเวณอุ้งฝ่าเท้า เพื่อช่วยค้ำจุนโค้งฝ่าเท้า
     3.  ลด ละ กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดพังผืดฝ่าเท้า โดยลดการออกกำลังกายที่ใช้เท้าลงน้ำหนัก อันเป็นสาเหตุให้พังผืดฝ่าเท้าตึง เช่น การวิ่ง หรือการเดินขึ้นบันได การเล่นบาสเกตบอล แต่พยายามหากิจกรรมออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้เท้าลงน้ำหนัก เช่น ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ หลีกเลี่ยงการยืนนานๆ เป็นต้น
    4. ทำกายบริหาร เพื่อยืดพังผืดและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวพังผืดฝ่าเท้า
 
ท่าที่ 1 ยืนหันหน้าเข้าข้างฝาผนัง แล้วยืนดันมือกับผนัง ก้าวขาที่ต้องการยืดไปด้านหลัง ส้นเท้าติดพื้นย่อเข่าหน้าจนรู้สึกตึงขาหลัง ทำค้างไว้ประมาณ 20-30 วินาที ทำซ้ำ 20 ครั้งต่อวัน  
ท่าที่ 2 การยืดที่ขอบบันได มือเกาะขอบบันได ทำค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 4-5 ครั้ง 
ท่าที่ 3 อาจจะนั่งกับพื้นราบแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวช่วยดึงปลายเท้าก็ได้
                 
 
การยืดพังผืดฝ่าเท้า ทำได้โดยการนั่งไขว่ห้างแล้วใช้มือดัดฝ่าเท้าขึ้นสุดจนรู้สึกตึงที่เอ็นฝ่าเท้า แล้วใช้นิ้วโป้งมืออีกข้างกดนวดตลอดแนวพังผืดผ่าเท้า นวดขึ้น-ลง หรือนวดเป็นวงกลม นวดนานประมาณ 2-3 นาที ต่อครั้ง นวด 3-5 ครั้งต่อวัน หากมีอาการปวดให้ประคบน้ำแข็งหลังนวด 
5.  ใช้ความเย็นประคบฝ่าเท้าในกรณีที่เจ็บฝ่าเท้ามาก เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด แต่บางกรณีการใช้ความเย็นประคบอาจจะเกิดโทษได้ เช่น ในรายที่มีโรคหลอดเลือดตีบตัน โรคเบาหวานที่เท้าชาซึ่งมีเลือดไปเลี้ยงน้อยอยู่แล้ว เพราะการประคบความเย็นจะทำให้หลอดเลือดตีบลง ลดจำนวนเลือดที่ไปเลี้ยงเท้าลงอีกจนอาจจะทำให้เป็นอันตรายจากเท้าขาดเลือดได้ ในกรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
6.  การรับประทานหรือทายาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดการอักเสบ และลดอาการปวด แต่ในกรณีรับประทานไม่ควรใช้ยานานเกิน 2-3 สัปดาห์ และไม่ควรใช้ยาเองแต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง
7.  ลดน้ำหนัก หากมีน้ำหนักเกิน เพื่อลดความตึงเครียดที่น้ำหนักตัวกระทำต่อพังผืดฝ่าเท้า ซึ่งการลดอาหารและออกกำลังกายเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด
      หากอาการไม่ทุเลาลง อาการเป็นมากกว่า 1 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจเพิ่มเติมและการรับการรักษาที่เหมาะสม 
การบริหาร เพื่อยืดเอ็นร้อยหวาย(ท่าที่ 1-3 รูปที่ 1)                  การบริหาร เพื่อยืดพังผืดฝ่าเท้า(ท่าที่ 1-3 รูปที่ 2)

เครดิตภาพ http://www.siphhospital.com/th/news/article-details.php?id=63