Member
Pharmacy & Health
Pharmacist Expertise Article Health Monitoring Health Tip
อยากทราบว่าถ้าจะซื้อยาอมฆ่าเชื้อแก้เจ็บคอ จะเลือกอย่างไรดีค่ะ...
ภก.กัมพล มูสิกะเจริญ
      

 


Q :
อยากทราบว่าถ้าจะซื้อยาอมฆ่าเชื้อแก้เจ็บคอ จะเลือกอย่างไรดีค่ะ

 

A : ผมขอแนะนำว่าไม่ควรซื้อยาอมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ เพื่อมาบรรเทาอาการเจ็บคอครับ อาจจะดูเข้าใจยากหน่อย แต่ผมขออธิบายดังนี้ครับ ยาอมสำหรับแก้เจ็บคอนั้นมีหลายประเภท ซึ่งจะออกฤทธิ์ ในการบรรเทาอาการ เจ็บคอแตกต่างกันไป เช่น


         - ยาอมที่ผสมยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthetics) จะมีปริมาณตัวยาไม่สูง ใช้เพื่อหวังผลให้เกิดอาการชาในลำคอ บรรเทาอาการเจ็บคอระยะสั้น เช่น ยา Benzocaine, Amylocaine, Lidocaine

         - ยาอมที่ผสมยาแก้ปวดลดการอักเสบ (Analgesics and Anti-inflammatory drugs) เช่น Flurbiprofen, Benzydamine hydrochloride, Mentol

         - ยาอมที่ผสมสารต้านเชื้อ/ทำให้ปราศจากเชื้อ (Antiseptics/Disinfactants) เพื่อทำความสะอาดบริเวณช่องปากและลำคอให้ปราศจากเชื้อ เช่น Cetylpyridinium Chloride, Benzethonium Chloride, Chlorhexidine, Benzyl alcohol เป็นต้น

         - ยาอมที่ผสมยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Neomycin, Tyrothricin, Bacitracin อาการการเจ็บคอส่วนใหญ่ 70-90% เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ(Neomycin, Tyrothricin, Bacitracin) ที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียทุกรูปแบบ ทั้งยาอมแบบมีตัวยาเดี่ยวหรือผสม เพราะไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาโรค การอมยาปฏิชีวนะไม่ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ และไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อ ในลำคอ เพราะมีตัวยาปริมาณน้อยเกินไปที่จะฆ่าเชื้อ แบคทีเรียได้หมด แต่การกลืนยาปฏิชีวนะลงไปทีละน้อยนั้นมากเพียงพอที่จะก่อกวนเชื้อโรคให้เกิดการต่อต้าน และกลายพันธุ์เป็น เชื้อโรคดื้อยาได้

          คนส่วนใหญ่มักจะมีประสบการณ์ในการใช้ยาอมที่ผสมยาปฏิชีวนะแล้วรู้สึกว่า มีอาการดีขึ้น บรรเทาอาการเจ็บคอได้ดี ก็เป็นเพราะยาอมตัวนั้นผสมกับยาอื่นๆ ดังกล่าว เช่น ยาชา ยาแก้ปวด จึงทำให้ไม่รู้สึกเจ็บคอในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้หายขาด ดังนั้นควรเลือกยาอมบรรเทาอาการแก้เจ็บคอที่มีตัวยาอื่นเป็นส่วนผสมก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องมียาปฏิชีวนะ ร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุไว้ที่ฉลาก อยากเคร่งครัด เพราะยาทุกตัวล้วนทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ปริมาณการใช้ยา การแพ้ยา การใช้ยาในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคบางชนิดที่ไม่ควรใช้ยา เป็นต้น